ทริคสั่งของจากจีน

อัพเดทภาษีสินค้ายอดฮิต เสียภาษีเท่าไหร่ (ถ้าไม่มี Form E)

by Sarun trk

ถ้ากำลังนำเข้าสินค้าจากจีนแต่ยังไม่มี Form E — รู้ไว้เลยว่าต้นทุนคุณอาจสูงกว่าที่คิดไว้เยอะมาก บทความนี้รวบรวมอัตราภาษีนำเข้าสินค้ายอดฮิตทุกประเภท, อธิบายว่า Form E คืออะไร ทำไมมีแล้วถึงประหยัดได้มหาศาล พร้อมตัวอย่างคำนวณต้นทุนจริงครับ


Form E คืออะไร? ทำไมมีแล้วเสียภาษีน้อยลง?

Form E คือเอกสารรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) เมื่อมี Form E สินค้าหลายประเภทจะได้รับการลดภาษีนำเข้า บางรายการถึงขั้นยกเว้น 0% เลยทีเดียว

เหตุผลที่ Form E ช่วยลดภาษีได้ เพราะไทยกับจีนมีข้อตกลงการค้าเสรีร่วมกันในกรอบ ASEAN-China อยู่แล้ว สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากจีนจึงมีสิทธิ์ใช้อัตราภาษีพิเศษ (ACFTA Rate) ที่ต่ำกว่าอัตราปกติ (MFN Rate) — และ Form E คือหลักฐานที่พิสูจน์ว่า "สินค้านี้ผลิตในจีนจริง"

Form E ขอได้จากไหน?

Form E เป็นเอกสารที่ ผู้ส่งออกฝั่งจีนเป็นคนขอ ไม่ใช่ผู้ซื้อในไทย โดยยื่นขอที่ CCPIT (China Council for the Promotion of International Trade) หรือ CCOIC (China Chamber of International Commerce) ก่อนส่งสินค้าออกจากจีนเท่านั้น ไม่สามารถขอย้อนหลังได้

ตัอย่าง Form e

Form e นำเข้าสินค้าจากจีน สั่งของจากจีน Shipify


พิกัดภาษีสินค้ายอดฮิตนำเข้าจากจีน (2026) ถ้าไม่มี Form E

⚠️ พิกัดสินค้าหรือ HS Code (Harmonized System Code) คือรหัสสากลที่ใช้จัดหมวดหมู่สินค้านำเข้า-ส่งออกทั่วโลก ประกอบด้วยตัวเลข 8-10 หลัก และเป็นตัวกำหนดว่าสินค้าชิ้นนั้นต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราเท่าไหร่ กรมศุลกากรใช้รหัสนี้เป็นหลักในการตรวจสอบและเรียกเก็บภาษีทุกครั้

หมวดสินค้า อัตราภาษี (โดยประมาณ)
เสื้อผ้า / แฟชั่น 30%
อิเล็กทรอนิกส์ / อุปกรณ์ IT 0–10%
เฟอร์นิเจอร์ / ของตกแต่งบ้าน 20–30%
ของเล่นเด็ก 10–20%
อุปกรณ์กีฬา / ฟิตเนส 10–20%

ตัวอย่างคำนวณต้นทุนนำเข้าจริง: กรณีเสื้อผ้าแฟชั่น

สมมตินำเข้า เสื้อผ้าแฟชั่น จากจีนราคา CIF 100,000 บาท 

? ราคา CIF คือ ราคาสินค้า + ค่าประกัน + ค่าขนส่ง ซึ่งกรมศุลกากรใช้เป็นฐานในการคำนวณภาษี

❌ กรณีไม่มี Form E — ใช้อัตราภาษี MFN 30%

  • ราคาสินค้า CIF: 100,000 บาท
  • ภาษีนำเข้า 30%: +30,000 บาท
  • ฐาน VAT (CIF + อากร): 130,000 บาท
  • VAT 7%: +9,100 บาท ( คิดจาก 7%ของราคา CIF: 130,000 บาท )
  • ต้นทุนรวมทั้งหมด: 139,100 บาท

✅ กรณีมี Form E — อัตราภาษี ACFTA 0%

  • ราคาสินค้า CIF: 100,000 บาท
  • ภาษีนำเข้า 0%: +0 บาท
  • ฐาน VAT: 100,000 บาท
  • VAT 7%: +7,000 บาท
  • ต้นทุนรวมทั้งหมด: 107,000 บาท

ประหยัดได้กว่า 32,100 บาทต่อชิปเมนต์ หรือคิดเป็น 23% ของต้นทุนรวม — เพียงแค่มีเอกสารใบเดียว ถ้าสั่งเดือนละครั้ง ปีหนึ่งประหยัดได้เกือบ 385,000 บาทเลยทีเดียว

 


สรุป

การนำเข้าสินค้าจากจีนโดยไม่มี Form E หมายความว่าต้องเสียภาษีในอัตราเต็มๆ ซึ่งสำหรับสินค้าบางประเภทอย่างเสื้อผ้าแฟชั่น สูงถึง 30% บวกกับ VAT 7% ทำให้ต้นทุนพุ่งขึ้นกว่า 39% จากราคาสินค้า Form E คือกุญแจที่ปลดล็อคภาษีเหล่านี้ แต่ต้องให้ Supplier ในจีนดำเนินการล่วงหน้าก่อนส่งสินค้าเท่านั้น


FAQs

Q: Form E ใช้ได้กับสินค้าทุกประเภทไหม? ไม่ทั้งหมด Form E ใช้ได้เฉพาะสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดในจีนตามเกณฑ์ ACFTA และต้องอยู่ในรายการสินค้าที่ครอบคลุมโดยข้อตกลงเท่านั้น

Q: Form E มีอายุนานแค่ไหน? Form E มีอายุ 12 เดือนนับจากวันออกเอกสาร หากเกินกำหนดต้องขอใหม่

Q: ถ้า Supplier ออก Form E ให้ไม่ได้ มีทางเลือกอะไรบ้าง? ทางเลือกคือ

  1. เจรจาให้ Supplier ลดราคาเพื่อชดเชยภาษีที่เพิ่มขึ้น,
  2. หา Supplier รายใหม่ที่ออก Form E ได้, หรือปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนจริง
  3. ช้บริการ Freight Forwarder หรือชิปปิ้งเป็นตัวแทนให้ช่วยช่วยออกให้ได้

 

อ้างอิง

https://www.customs.go.th/data_files/2bce7d8f56f91e2b78141a868ccc67a9.pdf

กรมศุลกากร — ระบบตรวจสอบพิกัดอัตราอากร: https://www.customs.go.th

DHL Thailand — Understanding HS Codes: https://www.dhl.com/discover/th-

บทความและข่าวสารที่น่าสนใจ
x