by Sarun trk
ถ้ากำลังอยากลองสั่งสินค้าจากจีนมาขาย คำถามหนึ่งที่ผมมักพบบ่อยคือ "สินค้านี้ต้องขอ มอก. ไหม?"
มอก. ย่อมาจาก มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (Thai Industrial Standard หรือ TIS) ออกโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อรับรองว่าสินค้านั้นปลอดภัย ได้คุณภาพ และผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับความแตกต่างของ มอก. หลักๆ 2 ประเภท:
- มอก. ทั่วไป (สัญลักษณ์สีน้ำเงิน) — ขอหรือไม่ขอก็ได้ ไม่มีโทษถ้าไม่มี แต่ถ้ามีจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและยื่นขายหน่วยงานราชการได้ง่ายขึ้น และ สำคัญมาก คือ มอก. ทั่วไปสามารถขอได้เฉพาะสินค้าที่ผลิตเองในประเทศเท่านั้น ถ้านำเข้ามาจากต่างประเทศไม่สามารถขอได้
- มอก. บังคับ (สัญลักษณ์สีแดง) — ไม่ว่าจะผลิตเองในประเทศหรือนำเข้า ต้องขอทั้งหมด ถ้าจำหน่ายโดยไม่มีถือว่าผิดกฎหมาย

เครื่องหมายมาตรฐานบังคับเป็นเครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งผู้ผลิตในประเทศและต่างประเทศต้องปฏิบัติตาม เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและป้องกันความเสียหาย
แบ่งกลุ่มสินค้าหลักที่ต้องขอ มอก. บังคับ ได้ดังนี้ครับ:
1. ของเล่นเด็ก
ของเล่นเด็กถือเป็นหนึ่งในสินค้าควบคุมที่เข้มงวดที่สุด เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของเด็ก สินค้าในกลุ่มนี้ที่ต้องมี มอก. บังคับ ได้แก่ ของเล่นพลาสติก ตุ๊กตา ของเล่นไฟฟ้า ของเล่นทั่วไปสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี
2. เครื่องใช้ไฟฟ้า
กลุ่มนี้ครอบคลุมสินค้าหลากหลายที่ใช้ในชีวิตประจำวัน รายการที่อยู่ในมอก. บังคับได้แก่ ตู้เย็นและตู้เย็นแบบมีช่องแช่เยือกแข็งสำหรับใช้ในที่อยู่อาศัย เครื่องเสียง วีดิทัศน์ และเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ที่คล้ายกัน เต้าเสียบและเต้ารับสำหรับใช้ในที่อยู่อาศัย และแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าสำหรับการใช้งานแบบพกพา
3. วัสดุก่อสร้าง
สินค้ากลุ่มนี้ที่ต้องมีมาตรฐานบังคับ ได้แก่ สายไฟฟ้าหุ้มฉนวนพอลิไวนิลคลอไรด์ ท่อพีวีซีแข็งสำหรับใช้เป็นท่อน้ำดื่ม เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เหล็กเส้นกลม บัลลาสต์สำหรับหลอดฟลูออเรสเซนซ์ และเหล็กข้ออ้อย
4. ความปลอดภัยส่วนบุคคลและยานยนต์
สินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง ยางรถยนต์ หมวกกันน็อก
5. สินค้าอื่น ๆ ที่ต้องขอ มอก. บังคับ
ตัวอย่างสินค้าอื่น ๆ ที่ต้องมีเครื่องหมายมาตรฐานบังคับ เช่น บัลลาสต์ ผงซักฟอก ท่อพีวีซี ผลิตภัณฑ์เหล็ก และถังดับเพลิง รวมถึงท่อพีวีซีสำหรับใช้เป็นท่อน้ำดื่ม และฟิล์มยืดหุ้มห่ออาหาร
| ประเภทสินค้า | ตัวอย่างสินค้า | มอก. บังคับ? |
|---|---|---|
| ของเล่นเด็ก | ตุ๊กตา, ของเล่นพลาสติก, ของเล่นไฟฟ้า | ✅ ใช่ |
| เครื่องใช้ไฟฟ้า | ตู้เย็น, เต้ารับ, Power Bank | ✅ ใช่ |
| วัสดุก่อสร้าง | เหล็กเส้น, สายไฟ, ท่อ PVC | ✅ ใช่ |
| ยานยนต์ | ยางรถ, หมวกกันน็อก | ✅ ใช่ |
| อุปกรณ์ดับเพลิง | ถังดับเพลิง | ✅ ใช่ |
| เสื้อผ้าแฟชั่น (ทั่วไป) | เสื้อยืด, กางเกง | ❌ ไม่บังคับ |
| อาหารและเครื่องดื่ม | ขนม, น้ำผลไม้ | ❌ (อยู่ในขอบเขต อย.) |
เช็กรายการสินค้า มอก. บังคับฉบับเต็มได้ที่: appdb.tisi.go.th
ก่อนเริ่มยื่นเอกสาร สิ่งแรกที่ต้องรู้คือ มอก. ทั่วไปกับ มอก. บังคับ มีเงื่อนไขการขอที่ต่างกัน และสินค้าที่ผลิตในประเทศกับสินค้านำเข้าก็มีกระบวนการที่แตกต่างกันเล็กน้อย ทำความเข้าใจให้ชัดก่อนจะช่วยประหยัดเวลาได้มาก
นี่คือขั้นตอนที่หลายคนข้ามไป แล้วเสียเวลาทีหลัง ให้ตรวจสอบ 2 เรื่องนี้ให้ชัดเจน:
1 สินค้าของคุณผลิตในประเทศหรือนำเข้า? เพราะเงื่อนไขการขอ มอก. แต่ละแบบต่างกัน
2เป็น มอก. มาตรฐานทั่วไป หรือ มอก. มาตรฐานบังคับ? ตรวจสอบได้จากฐานข้อมูลของ สมอ. ที่ลิงก์นี้ครับ appdb.tisi.go.th
ขั้นตอนนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนย่อย ทำให้ครบถึงจะเดินหน้าต่อได้
- สมัครบัญชีใช้งานระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ สมอ.
เริ่มจากลงทะเบียนสร้างบัญชีที่เว็บไซต์ sso.tisi.go.th/register
ระบบจะออก อีเมลและรหัสผ่าน ให้ใช้งาน ใช้เวลาประมาณ 1–3 วัน หลังจากนี้จะใช้บัญชีนี้ยื่นคำขอทุกขั้นตอนในระบบของ สมอ.
- ยื่นคำขอตรวจสอบโรงงานผลิต
เจ้าหน้าที่จาก สมอ. จะเดินทางไปตรวจสอบโรงงานที่ผลิตสินค้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อยืนยันว่า โรงงานมีอยู่จริง กระบวนการผลิตได้มาตรฐาน และสามารถผลิตสินค้าตามที่ขอ มอก. ได้จริง เมื่อตรวจผ่านแล้ว เจ้าหน้าที่จะออก รายงานผลการตรวจสอบโรงงาน (ฉบับที่ 1)
- ยื่นคำขอทดสอบสินค้าที่ห้องปฏิบัติการ (รายงานฉบับที่ 2)
นำตัวอย่างสินค้าจากโรงงานเข้าทดสอบที่แล็บที่ลงทะเบียนกับ สมอ. ตามประเภทสินค้า ได้แก่ สถาบันไฟฟ้าดูแลสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า สถาบันยานยนต์ดูแลสินค้าประเภทรถยนต์ และสถาบันสิ่งทอดูแลสินค้าประเภทของเล่นเด็ก
กรณีนำเข้าสินค้าตัวอย่างจากต่างประเทศ ให้ใช้เอกสารขอนำส่งตัวอย่างของ สมอ. ยื่นต่อกรมศุลกากรเพื่อขอปล่อยสินค้าออกมาก่อน เนื่องจากสินค้ายังไม่มี มอก. ในขั้นตอนนี้ หลังทดสอบเสร็จ แล็บจะออก รายงานผลการตรวจสอบสินค้า (ฉบับที่ 2)
เตรียมให้ครบตั้งแต่แรกจะช่วยให้ไม่ต้องกลับไปแก้ไขภายหลัง:
เมื่อได้รายงานทั้ง 2 ฉบับครบแล้ว คือรายงานผลการตรวจสอบโรงงาน (ฉบับที่ 1) และรายงานผลการตรวจสอบสินค้า (ฉบับที่ 2) ก็นำมายื่นลงทะเบียนในระบบของ สมอ. เพื่อขอออกใบอนุญาต มอก.
หลังได้ใบอนุญาตแล้ว ยังต้องทำอีก 2 เรื่องก่อนนำสินค้าออกขายได้จริง:
- สร้าง QR Code ในระบบของ สมอ. นำใบอนุญาตที่ได้ไปสร้าง QR Code ผ่านระบบของ สมอ. แล้วนำ QR Code นั้นไปติดที่กล่องหรือตัวสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคหรือเจ้าหน้าที่สามารถสแกนตรวจสอบรายละเอียดใบอนุญาตได้ทันที
- ลงทะเบียนกับกรมศุลกากร (สำหรับสินค้านำเข้า) นำใบอนุญาต มอก. ไปลงทะเบียนกับกรมศุลกากร หรือส่งให้บริษัท Shipping ที่ดูแลการนำเข้า เพื่อให้กระบวนการผ่านด่านในครั้งต่อไปทำได้สะดวกและรวดเร็ว ไม่ติดปัญหาที่ด่าน
| ขั้นตอน | ระยะเวลา | |
|---|---|---|
| ลงทะเบียนระบบ สมอ. | 1–3 วัน | |
| ตรวจสอบโรงงาน | 4–6 เดือน | |
| ทดสอบสินค้าที่แล็บ | 2–4 เดือน | |
| ออกใบอนุญาต มอก. | 10–15 วัน | |
| รวมทั้งหมด | 6–12 เดือน |
การขอ มอก. มีหลายขั้นตอนและใช้เวลาพอสมควรครับ แนะนำให้วางแผนและเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่แรก กระบวนการก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดครับ สิ่งสำคัญคือต้องเช็กก่อนว่าสินค้าของคุณอยู่ในกลุ่ม มอก. บังคับหรือไม่ ถ้าใช่ต้องรีบดำเนินการเพราะโทษหนักและยังกระทบต่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์อีกด้วย
> เข้าสู่ระบบ / เปิดบัญชี ผู้นำเข้า
ปรึกษาการสั่งสินค้าหรือนำเข้าพิ่มเติมที่ LINE: @shipify
หรือโทร 02-026-6426