by Sarun trk
คำถามสำคัญ
วันนี้ผมมาสรุปให้ฟังกันสั้นๆ ...
ด่านเวียดนามคือ ประตูแรก ก่อนสินค้าจะถึงไทย ด่านหลักที่เรากำลังพูดถึงคือ ด่านโหย่วอี้กวาน (Youyi Guan) เป็นด่านสากลทางบกที่ใหญ่ที่สุดและมีปริมาณการค้ามากที่สุดระหว่างจีนกับเวียดนาม ตั้งอยู่ตรงรอยต่อมณฑลกว่างซีของจีนกับจังหวัดลางเซิน (Lạng Sơn) ทางตอนเหนือของเวียดนาม
ด่านนี้เป็นโครงการใหญ่ร่วมกันของจีนกับเวียดนาม ระบบกักกัน/ผ่านแดนอัจฉริยะแบบดิจิทัลเพิ่งเดินเครื่องมาได้ราว 3 ปี (เริ่มปี 2023) โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการค้าชายแดน ลดขั้นตอนเอกสาร เพิ่มความเร็วและความโปร่งใสในการผ่านแดน ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการค้าจีน–อาเซียน กลุ่มสินค้าหลักที่ผ่านด่านนี้ก็เช่น ผลไม้ สินค้าเกษตร และสินค้าทั่วๆไปอย่างเสื้อผ้าแฟชั่น ของใช้ในบ้าน และอื่น ๆ อีกมากมาย
สินค้าที่ผลิตหรือรวมตู้จากเมืองศูนย์กลางการค้าอย่าง กว่างโจว (Guangzhou), เซินเจิ้น (Shenzhen), อี้อู (Yiwu) หรือหนานหนิง (Nanning) จะวิ่งลงใต้ ตัดเข้าด่านโหย่วอี้กวาน เข้าเวียดนามตอนเหนือ วิ่งลงมาตัดเข้าลาว แล้วต่อเข้าไทย เส้นนี้เป็นทางที่ทำเวลาได้เร็วที่สุดสำหรับสินค้าจากจีนตอนใต้ ปกติใช้เวลาเฉลี่ยแค่ 4–7 วัน เท่านั้น เลยเป็นเส้นที่ชิปปิ้งส่วนใหญ่นิยมใช้
เหตุผลหลักๆที่พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทางนั้นมา คือตอนนี้จีนมีการขอความร่วมมือเวียดนามให้เพิ่มการตรวจสอบและเริ่มมีการปรับนโยบายด้านศุลกากรให้เข้มงวดมากขึ้น (ใช้คำว่ามากขึ้นแบบมากกๆๆ)
เช่น
1. การตรวจ HS code และมูลค่าสินค้าอย่างละเอียดว่าตรงกับที่แจ้งไหม เช่น invoice, หรือการ declare มูลค่าสินค้าไม่สอดคล้องกับการตรวจของศุลกากร ซึ่งช่วงนี้ถูกตรวจละเอียดขึ้นมาก
2. ถึงแม้เอกสารจะมาตรงถูกต้อง แต่ด่านเริ่มใช้การ random inspection มากขึ้น ทำให้ความไม่แน่นอนสูงขึ้น เพื่อเพิ่มความถี่ของการสุ่มตรวจสินค้าผิดกฎหมาย (ถึงใช้คำว่า random แต่จริงๆเจ้าหน้าที่มีบอกว่าจริงๆเขาเปิดตรวจเกือบทุกกล่องก็ว่าได้ครับ ลองนึกว่าว่า 1 วันมีตู้คอนเทนเนอร์หลายร้อยตู้แล้วต้องมานั่งเปิดเช็คกันทุกกล่องเวลาที่ใช้มันจะขนาดไหน)
3. การคุมสินค้าผ่านแดน (transit goods) จากจีนเข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะสินค้าขนาดเล็ก
พอบวกกับทุกวันนี้ปริมาณสินค้า e-commerce ชิ้นเล็ก ๆ ที่พุ่งขึ้นเร็วมากจากแพลตฟอร์มออนไลน์จีน เจอกับนโยบายเปิดตรวจเกือบ 100% ทุกกล่อง นี่แหละคือคอขวดที่น่ากลัว จากที่คิวตรวจสินค้าปกติแทบจะวันต่อวันผ่านได้เลย ตอนนี้ต้องรอกันเป็นสัปดาห์ครับ
และถ้าใครคิดว่าตรวจเฉพาะชิปปิ้งสายเทา สายมุดดิน ความจริงคือโดนกันถ้วนหน้าครับ ชิปปิ้งที่ทำดี เครดิตดี ก็ไม่รอดวิกฤตครั้งนี้เพราะเขาตรวจทุกคัน
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ด่านนี้พัฒนาให้การผ่านสินค้าเร็วขึ้น" ด้วยซ้ำ ช่วงต้นปี 2026 เพิ่งเปิดช่อง Fast track E-gate ที่ลดเวลาตรวจรถบรรทุกจากราว 1 นาที เหลือแค่ 15 วินาที ฉะนั้นการที่อยู่ ๆ มันกลับมาช้าหนักขนาดนี้ มันไม่ใช่ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานของด่าน แต่เป็น เพิ่มความเข้มงวด แบบขั้นสุดจริงๆ
ส่วนอันนี้ต้องบอกก่อนว่าเป็นความเห็นส่วนตัวผมล้วนๆนะครับ ผมสังเกตว่าจังหวะที่ด่านเริ่มเข้มมันคาบเกี่ยวกับช่วงที่ลุงทรัมป์ไปเยือนจีน (กลางเดือนพฤษภาคม 2026) พอดี จะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวก็ได้นะครับ เพราะตอนนี้โลกอะไรก็เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะการเมืองระหว่างประเทศ ที่จีนระวังเรื่องแอบสินค้าอันแสนหวงแหน เช่น พวก แร่หายาก ที่เอาไปใช้ผลิต รถ EV และ มือถือ ต่างๆ ไปขายให้อเมริกาผ่านประเทศเพื่อนบ้านอย่างพี่ไทยเรา ก็อาจจะถูกใช้เป็นทางผ่าน
เคยมีประเด็นข่าวก่อนหน้านี้ออกมาอยู่ว่ากระทรวงความมั่นคงของจีนประกาศปราบการลักลอบส่งออกแร่หายาก โดยกล่าวหาว่ามีการปลอมฉลากและบรรจุหีบห่อใหม่เพื่อปกปิดแหล่งกำเนิดจากจีน วิธีที่จีนเปิดโปงมาน่าล้ำมากคือ มีการปลอมฉลากแร่หายากเป็นอย่างอื่น เช่น "กระเบื้องเซรามิก ซ่อนในขวดน้ำดื่มและหุ่นโชว์เสื้อ เพื่อเลี่ยงการตรวจถ้าลองมองเชื่อมโยงมาที่เรื่องด่านจีน-เวียดนาม ซึ่งเป็นโครงการที่จีนคุมหลัก พอจีนอยากตรวจอะไร ห้ามอะไร เวียดนามก็คงไม่กล้าขัดใจพี่ใหญ่ (แต่ย้ำว่านี่คือการเดาจากมุมมองส่วนตัว ไม่ใช่ข้อสรุปนะครับ)
ล่าสุดผมมีถามเจ้าหน้าที่ด่านไป ก็ยังไม่มีใครตอบได้ชัดว่าจะคลี่คลายเมื่อไหร่ ลูกค้าหลายคนถามว่า แล้วจะรู้ได้ไหมว่าตู้จะถูกปล่อยตอนไหน? คำตอบที่ชิปปิ้งทุกเจ้าให้ได้เหมือนกันคือ ยังตอบไม่ได้ชัดครับ เพราะตู้ที่รอคิวหน้าด่านเองก็ยังไม่รู้ว่าจะได้ตรวจและถ่ายตู้ตอนไหนเลย
(ปล. ช่วงนี้ยังมีฝั่งสินค้าเกษตรสด เวียดนามมาจีน ก็เจอตกค้างหนักเกิน 1000+ คัน เลยยิ่งอาจจะทำให้ทั้งระบบช้าไปด้วย)
คำตอบคือ ได้ครับ แต่ต้องเข้าคิวตรวจที่ช้ามาก ยิ่งเป็นสินค้าแบบไม่เต็มตู้ (LCL) ยิ่งโดนตรวจหนักเป็นพิเศษ นี่คือเหตุผลที่ชิปปิ้งหลายเจ้ารวมถึงเราเอง เลือกแนะนำให้ลูกค้า เปลี่ยนมาใช้ทางเรือเป็นการชั่วคราว เพราะความไม่แน่นอนที่เวียดนามตอนนี้ ทางเรือจะช้ากว่าทางรถอยู่บ้าง แต่แลกกับความแน่นอนของเวลาและต้นทุนที่คาดเดาได้ ช่วงนี้ทางเรือก็เร็วขึ้นเพราะสินค้ามาใช้เส้นทางนี้มากขึ้นทำให้ปิดตู้ส่งออกได้ไวขึ้น ถือว่าเป็น Positive ครับ เพราะไวขึ้นและต้นทุนถูกลงครับ^^
และสุดท้ายที่สำคัญที่สุดที่ผมอยากฝากไว้คือ สินค้าประเภทผิดกฎหมาย หรือไม่มีใบอนุญาต เช่น อย. มอก. กสทช. และอื่น ๆ ถ้าฝืนแอบส่งมาช่วงนี้ อันนี้บอกเลยว่า โดนยึดทันทีไม่มีคุย ใครที่ยังนำเข้าแบบผิด ๆ ถูก ๆ อยู่ แนะนำให้ทำให้ถูกต้องตั้งแต่ตอนนี้ดีที่สุดครับ เพราะแนวโน้มศุลกากรจะเข้มจุดนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับสถานการณ์ตอนนี้ผมเข้าใจว่าลูกค้าหลายท่านมีความร้อนใจรอสินค้า บางคนมีนัดส่งมอบต่อให้ลูกค้าต่อ บริษัทฯก็หวังอย่างสุดใจให้สถานการณ์นี้กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุดเช่นกันครับ บริษัทฯจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้สินค้ามาถึงมือลูกค้าอย่างเร็วที่สุด
ขอบคุณลูกค้าที่ไว้ว่างใจใช้บริการกับเราเสมอมา 

ขอบคุณภาพแหล่งอ้างอิง
https://www.salika.co/.../youyiguan-china-first.../