ทริคสั่งของจากจีน

Incoterms คืออะไร? ทำไมถึงช่วยประหยัดต้นทุนได้?

by Sarun trk.

หลายคนอยากนำเข้าสินค้าให้ต้นทุนถูก กำไรดี แต่ไม่เข้าเข้าใจเรื่อง incoterm ซึ่งจำเป็นหากต้องการเดินสายนี้ Term ที่สำคัญในการวางแผนนำเข้าแบบเซียนหลักๆที่ต้องรู้ เช่น EXW / FOB / CIF / DDP แล้วมันต่างกันยังไง? ควรเลือกอะไรถึงเหมาะกับธุรกิจที่สุด 

เกริ่นเล็กน้อยว่า Incoterms คือข้อตกลงมาตรฐานสากลทุกประเทศใช้เหมือนกันครับ (กำหนดโดยหอการค้านานาชาติ ICC) ที่ระบุว่าระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ใครรับผิดชอบค่าขนส่ง ค่าประกัน พิธีการศุลกากร และความเสี่ยง "ถึงจุดไหน" รู้ก่อนดีลโรงงานจะช่วยให้คุณเทียบราคาได้แฟร์ และไม่จ่ายซ้ำซ้อนโดยไม่รู้ตัว


EXW / FOB / CIF / DDP ต่างกันยังไง? ผู้ซื้อ ผู้ขาย ชิปปิ้ง ใครรับผิดชอบอะไรบ้าง?

ความต่างอยู่ที่ "ผู้ขายดูแลให้ถึงจุดไหน" ไล่จาก EXW (ผู้ขายทำน้อยสุด) ไปจนถึง DDP (ผู้ขายทำเกือบทุกอย่าง) ยิ่งผู้ขายดูแลมาก ผู้ซื้อยิ่งสบาย แต่ราคารวมก็มักสูงขึ้นและมีโอกาสมี ต้นทุนแฝง การเลือกจึงต้องชั่งระหว่าง "ความสะดวก" กับ "การคุมต้นทุน"

EXW (Ex Works) – รับของหน้าโรงงาน

ผู้ขายแค่เตรียมของไว้ที่โรงงาน/คลังของตัวเอง จากนั้นผู้ซื้อรับผิดชอบ ทุกอย่าง ตั้งแต่ขนออกจากโรงงาน พิธีการส่งออกจีน ค่าขนส่ง พิธีการนำเข้าไทย ไปจนถึงภาษีอากรและค่าธรรมเนียม เหมาะกับมือเก๋าที่มีทีมชิปปิ้งช่วยจัดการในจีน

FOB (Free On Board) – ผู้ขายส่งของขึ้นเรือที่จีน

ผู้ขายดูแลและทำพิธีการส่งออกจนของขึ้นเรือที่ท่าเรือ(จีน) หลังจากนั้นผู้ซื้อรับผิดชอบ ค่าขนส่งจากจีนมาไทย ประกันภัย (แนะนำให้ซื้อ) พิธีการนำเข้าไทย ภาษี/อากร และค่าขนส่งในประเทศ เป็นเทอมยอดนิยมที่สุดสำหรับคนที่อยากคุมค่าขนส่งจากจีนเอง

CIF (Cost, Insurance and Freight) – ผู้ขายดูแลถึงท่าเรือไทย

ผู้ขายจ่ายค่าสินค้า ค่าขนส่งจีนมาไทย และประกันภัย ส่วนผู้ซื้อรับผิดชอบพิธีการนำเข้า ภาษี/อากร และขนส่งในไทย 

DDP (Delivered Duty Paid) – ส่งถึงปลายทางในไทย จบครบ

ผู้ขายรับผิดชอบเกือบทุกอย่าง ทั้งค่าขนส่ง ประกัน พิธีการส่งออก-นำเข้า ภาษี/อากร จนของถึงปลายทางในไทย สะดวกสุดสำหรับมือใหม่ ( platform ecommerce ใหญ่ๆ ก็ชอบใช้วิธีนี้ครับ) แต่ผู้ซื้ออาจจะต้องระวังราคารวมที่มักแพงกว่า และเช็กให้ดีว่าได้เอกสารนำเข้าถูกต้องครบหรือไม่ เพราะบางทีก็แอบมุดดินมา

แบบนี้ถ้าโดนตรวจก็อาจจะมีปัญหาได้ภายหลัง


ตารางเปรียบเทียบ Incoterms: ต้นทุน / เอกสารศุลกากร / ความเสี่ยง / ใครรับผิดชอบ

Incoterm ต้นทุน (ฝั่งผู้ซื้อ) การจัดการเอกสาร/พิธีการศุลกากร ความเสี่ยงโอนให้ผู้ซื้อเมื่อ ผู้รับผิดชอบหลัก เหมาะกับใคร
EXW สูงสุด (แบกตั้งแต่หน้าโรงงาน) แต่ราคาสินค้าต่ำสุด ผู้ซื้อทำเองทั้งส่งออก (จีน) + นำเข้า (ไทย) ยุ่งยากสุด รับของที่หน้าโรงงานผู้ขาย ผู้ซื้อเกือบทั้งหมด มือเก๋า มีทีมชิปปิ้งในจีนช่วยจัดการ
FOB ปานกลาง (จ่ายค่าระวาง+ประกัน+ขาเข้า) ผู้ขายทำส่งออก / ผู้ซื้อทำนำเข้า — แบ่งชัดเจน ของขึ้นเรือที่ท่าเรือจีน แบ่งกันชัดเจน คนที่อยากคุมค่าขนส่งเอง (นิยมที่สุด)
CIF ค่อนข้างต่ำ (ผู้ขายจ่ายขนส่ง+ประกันถึงไทย) ผู้ขายทำส่งออก / ผู้ซื้อทำนำเข้า ของขึ้นเรือที่ท่าเรือจีน (ทั้งที่ผู้ขายจ่ายถึงไทย) ผู้ขาย: ขนส่ง+ประกัน / ผู้ซื้อ: ขาเข้า มือใหม่ที่อยากให้ง่ายขึ้น แต่ยังคุมต้นทุนบางส่วน
DDP ดูเหมือนต่ำสุด แต่ราคารวมมักแพง + เสี่ยงต้นทุนแฝง ผู้ขาย/ตัวแทนทำทั้งหมด ผู้ซื้อแทบไม่ต้องยุ่ง เมื่อของถึงปลายทางในไทย (เสี่ยงต่ำสุด) ผู้ขายเกือบทั้งหมด มือใหม่/คนไม่อยากยุ่งเอกสาร (แต่ต้องเช็กเอกสารให้ดีๆไม่งั้นเสี่ยงโดนตรวจสอบ)

เลือก Incoterms ผิด = ต้นทุนบานปลาย เพราะบางเคสมีค่าใช้จ่ายแอบแฝง เช่น ระบุสินค้าผิดในเอกสารนำออกจากด่านไม่ได้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือค่าปรับเพิ่มเติม บางเคสที่ผมเคยไปช่วยก็โดนหลักหมื่นถึงแสนต่อ Shipment ก็มีครับต้องระวังมากๆ


เอกสารนำเข้าที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง? (และใครเป็นคนจัดการ)

เอกสารนำเข้าหลักที่ขาดไม่ได้คือ ใบขนสินค้าขาเข้า, Form E, ใบเสร็จศุลกากร และใบกำกับภาษี/VAT โดยฝั่งโรงงาน/ผู้ขายจะออกเอกสารต้นทาง (Invoice, Packing List, Form E) ส่วนฝั่งผู้นำเข้าหรือตัวแทนออกของหรือชิปปิ้งจะเป็นคนยื่นพิธีการกับกรมศุลกากร เตรียมให้ครบก่อนของถึงท่าจะออกของได้เร็วและไม่เสียค่าปรับ

 

เอกสารต้นทาง (ผู้ขาย/โรงงานต้องออกให้):

- Commercial Invoice – ใบกำกับการค้า ระบุราคาและรายการสินค้า

- Packing List – รายการบรรจุหีบห่อ น้ำหนัก จำนวน

- Bill of Lading (B/L) – ใบตราส่งสินค้า ออกโดยสายเรือ/ผู้ขนส่ง

- Form E  – ใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ใช้ขอลด/ยกเว้นอากรภายใต้ ACFTA

 

เอกสาร/พิธีการฝั่งไทย (ผู้นำเข้าหรือตัวแทนออกของจัดการ):

- ใบขนสินค้าขาเข้า (Import Declaration) – ใช้ผ่านพิธีการศุลกากร เป็นหลักฐานนำเข้าถูกกฎหมาย และใช้ขอคืน/ยกเว้นอากรได้ถ้ามีสิทธิ

- ใบเสร็จศุลกากร (Customs Receipt) – หลักฐานชำระอากรให้กรมศุลกากร ใช้ยืนยันต้นทุนและประกอบการทำบัญชี

- ใบกำกับภาษี / VAT – ใช้เป็นหลักฐานซื้อขาย และนำ VAT ซื้อ (Input VAT) มาหักลดภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม (ปัจจุบันอัตรา VAT 7%)

 

ข้อควรระวังเรื่องเอกสารกับ DDP: การสั่งแบบ DDP บางเจ้าอาจเคลียร์ของในรูปแบบที่ผู้นำเข้าไม่ได้เอกสารครบ (ไม่มี Form E / ไม่มีใบกำกับภาษีในชื่อตัวเอง) ทำให้นำ VAT มาหักไม่ได้ และมีความเสี่ยงเมื่อถูกตรวจสอบ  ควรถามให้ชัดตั้งแต่ทีแรกครับ


สรุปเลือก Incoterms แบบไหนให้ประหยัดและปลอดภัยที่สุด?

ถ้าอยากคุมต้นทุนและมีความรู้ระดับหนึ่ง FOB มักคุ้มที่สุดเพราะเลือกผู้ขนส่งเองได้ ถ้าเป็นมือใหม่อยากให้ง่ายขึ้นแต่ยังเทียบราคาได้ CIF ก็เป็นตัวเลือกดี ส่วน DDP เหมาะเมื่อไม่อยากยุ่งเลย แต่ต้องยอมจ่ายแพงขึ้นเพราะผู้ขายอาจจะมีบวกค่าจัดการเพิ่มและต้องเช็กเอกสารให้ครบ

ส่วน EXW เก็บไว้สำหรับมือเก๋าที่มีทีมงานหรือชิปปิ้งช่วยจัดการต้นทางเองได้ 

- อยากประหยัดสุด + จัดการเองได้: FOB (เลือกฟอร์เวิร์ดเดอร์เอง ขอ Form E ให้ครบ)

- มือใหม่ อยากง่ายแต่ยังคุมต้นทุน: CIF

- ไม่อยากยุ่งเลย รับของหน้าบ้าน: DDP (ระวังราคาแฝง + ขอเอกสารให้ครบ)

- มือโปร มีทีมหรือชิปปิ้งในจีนช่วยจัดการ: EXW


 

คำถามเพิ่มเติมที่คนมักปรึกษาเข้ามา

Q: EXW กับ FOB ต่างกันยังไง?

: EXW ผู้ขายแค่เตรียมของไว้ที่โรงงาน ผู้ซื้อต้องจัดการเองทั้งหมดรวมพิธีการส่งออกจีน ส่วน FOB ผู้ขายดูแลและทำพิธีการส่งออกจนของขึ้นเรือที่ท่าเรือจีนให้แล้ว ผู้ซื้อจึงเริ่มรับผิดชอบจากค่าระวางเรือเป็นต้นไป FOB จึงสะดวกกว่าสำหรับคนทั่วไป

Q: CIF ผู้ขายจ่ายค่าขนส่งถึงไทยแล้ว ทำไมความเสี่ยงยังเป็นของผู้ซื้อ?

: เพราะใน Incoterms กลุ่มนี้ "การจ่ายเงิน" กับ "การโอนความเสี่ยง" แยกจุดกันครับถ้า CIF ผู้ขายจ่ายค่าขนส่งและประกันถึงท่าเรือไทยก็จริง แต่ความเสี่ยงโอนให้ผู้ซื้อตั้งแต่ของขึ้นเรือที่จีนแล้ว ดังนั้นถ้าของเสียหายระหว่างทาง ผู้ซื้อต้องเคลมประกันเอง

Q: สั่งแบบ DDP ดีไหม ทำไมบางคนบอกว่าแพง?

: DDP สะดวกเพราะผู้ขายจัดการให้เกือบหมดถึงหน้าบ้าน แต่ราคารวมมักบวกกำไรค่าขนส่ง ภาษี และค่าดำเนินการไว้ จึงมักแพงกว่าจัดการเอง อีกทั้งต้องเช็กให้ดีว่าได้เอกสารนำเข้า (Form E, ใบกำกับภาษี) ครบและถูกชื่อหรือไม่

Q: Form E ช่วยประหยัดภาษีได้จริงไหม?

: จริง สินค้าจากจีนจำนวนมากได้สิทธิลดหรือยกเว้นอากรภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน–จีน (ACFTA) เมื่อมี Form E สินค้าหลายประเภทสามารถลดเหลืออากร 0% ได้เราจึงควรตกลงกับโรงงานให้ออก Form E ตั้งแต่แรก และตรวจให้ข้อมูลสินค้าให้ตรงกับใบขนสินค้าด้วยนะครับ

Q: มือใหม่ควรเริ่มนำเข้าด้วย Incoterm ไหน?

: แนะนำเริ่มที่ CIF หรือ DDP เพื่อความง่ายก่อน เมื่อเริ่มเข้าใจกระบวนการและมีชิปปิ้งที่ไว้ใจได้ ค่อยขยับมาใช้ FOB หรือ EXW เพื่อคุมค่าขนส่งเองและประหยัดต้นทุนได้มากขึ้น

Q: ไม่มี Form E นำเข้าได้ไหม?

: นำเข้าได้ แต่จะเสียอากรในอัตราปกติตามพิกัดสินค้า ซึ่งอาจสูงกว่ามาก การมี Form E จึงเป็นวิธีลดต้นทุนที่คุ้มค่าที่ผมแนะนำที่สุด โดยเฉพาะสินค้ามูลค่าสูงหรือพิกัดที่โดยอัตราอากรขาเข้าสูงครับ

 

> เข้าสู่ระบบ / เปิดบัญชี ผู้นำเข้า

 

ปรึกษาการสั่งสินค้าหรือนำเข้าพิ่มเติมที่ LINE: @shipify

หรือโทร 02-026-6426

 

 

บทความและข่าวสารที่น่าสนใจ
x